พ่อท่านเอ็น วัดเขาราหู...พระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ศิษย์สายตรง "หลวงพ่อพัว วัดบางเดือน"
เมษายน 25, 2015, 10:54:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:



 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทาน...หมาป่าเป่าปี่  (อ่าน 1863 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nakinee
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2009, 09:15:02 AM »

ในวันหนึ่ง..ขณะที่ฝูงแกะกำลังหากินกันอยู่ที่ในกลางท้องทุ่งใกล้ป่าใหญ่แห่งหนึ่งนั้น ก็เกิดได้มีลูกแกะตัวหนึ่ง เดินพลัดหลง ทางและแตกฝูงออกมา ลูกแกะตัวนั้นเดินหลงเข้าไปใกล้ชายป่า และก็พอดีกับตอนนั้นได้มีหมาป่าตัวหนึ่งออกมาจากในป่า เมื่อมันมองไปและได้เห็นลูกแกะ ที่เดินหลงจากฝูง ออกมาตัวเดียวอย่างนั้นเข้า... มันให้เป็นดีใจยิ่งนักที่อยู่ ๆ ก็มีลาภปากอันโอชะเดินมาให้มันกินอย่างง่าย ๆ " เหอ ๆๆ นั่น มันลูกแกะหลงทางออกมาจากฝูงนี่ แหม..ช่างน่ากินเสียจริง..เหอ ๆๆ อย่างนี้ก็หวานคอเราแล้วน่ะสิ " มันว่า แล้วก็ย่างสามขุม ตรงเข้าไปหมายจะจับและขย้ำกินให้หายหิว ลูกแกะเมื่อเห็นเช่นนั้น ทำให้มันตกใจกลัวเป็นอย่างมาก มันคิดว่าจะวิ่งหนีหรือ ตัวมันเล็กเพียงแค่นี้ย่อมจะหนีไม่ทันอย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงได้แต่นั่งตัวสั่นและพยายามใช้ความคิดเพื่อช่วยเหลือตัวของมันเองและแล้ว...มันได้ร้องบอกกับหมาป่าไปว่า " อย่าเพิ่งจับข้ากินตอนนี้เลยท่าน เพราะข้าเพิ่งจะกินหญ้า เข้าไปใหม่ๆ เมื่อสักครู่นี้เอง ยังไม่ย่อย และกลายเป็นเนื้ออร่อย ๆ อย่างที่ท่านชอบกินหรอก เอาอย่างนี้ไหม จริงหรือไม่ ? ข่าวเล่าลือแพร่ สะพัดไปทั่วท้องทุ่งว่า ท่านนั้นเป่าปี่ได้ไพเราะจับใจ ข้าอยากจะขอความกรุณาจากท่าน ให้ท่านช่วยเป่าปี่ให้ ข้าฟังสักครั้งก่อนตายด้วยเถิด ข้าจะได้เต้นรำเพื่อออกกำลังกายให้หญ้าที่อยู่ในท้องของข้านี้มันจะได้ย่อยเร็ว ๆ และกลายเป็น เนื้ออร่อย ๆ ให้ท่านกินสมใจไง ข้าไม่อยากให้ท่านผิดหวังนะเนี่ย ” เมื่อโดนชมว่าเก่งเข้าอย่างนั้น เจ้าหมาป่าหยุดใช้ความคิด ก่อนที่มันจะตอบว่า “ อ๋อ..ได้ซิ เจ้า แกะน้อยก่อนที่เจ้าจะตายเพราะโดนข้ากินเจ้าจะได้ฟัง เพลงปี่อันไพเราะจับใจของข้าแน่นอน” แล้วมันก็หยิบปี่คู่ชีพของมันออกมา แล้วเป่าให้ลูกแกะตัวนั้นฟังทันที" ปี้ จา ระ...ปี้ จา ระ..." มันพยายามเป่าปี่ให้เข้าทำนองและดังที่สุดเท่าที่มันจะทำได้เพื่อให้ลูกแกะเต้น และอย่างที่ว่านั่นแหละเนื้อจะได้อร่อย ๆ มันเชื่อจริง ๆ เสียด้วยสิ... ส่วนลูกแพะนั้นก็พยายามเต้นให้เข้า กับจังหวะ ของเสียงปี่ที่มันเป่าเสียด้วย " โอ้ ๆๆ เก่งมากท่านหมาป่า เก่งจริง ๆ เป่าอีก เป่าดัง ๆ ให้ดังขึ้นไปอีกสิท่าน นี่เนื้อของเรากำลัง เริ่มจะอร่อยขึ้นมา เรื่อย ๆ แล้วนะ ดังอีกดังขี้นไปอีกสิท่าน " เจ้าหมาป่าเริ่มเมามันกับการเป่าปี่เสียแล้ว มันรวบรวมพลัง อย่างเต็มที่แล้วตั้งหน้าตั้งตาเป่าจนสุดเสียงเลยทีเดียวเชียว " ปี้ จา ระ...ปี้ จา ระ...ปี้ จา ระ...ปี้ จา ระ...ปู้ ๆๆๆ" เสียงปี่ดังระงมสนั่นลั่นออกไปจนทั่วทั้งทุ่งกว้าง แล้วจะเป็นยังไง..คนเลี้ยงแกะและสุนัขล่าเนื้อที่กำลังเดินตามหาลูกแกะ ตัวที่พลัดหลงออกมาจากฝูงอยู่นั้น ก็เป็นอันได้ยิน" เอ๊ะ นั่นมันเสียงปี่นี่ ! ใครมาเป่าปี่แถว ๆ นี้นะ" ครั้นเมื่อเขา กับสุนัขล่าเนื้อวิ่งตามเสียงปี่มาอย่างเร็วรี่ ก็ได้เห็นว่ามีหมาป่ากำลังยืนเป่าปี่อยู่ โดยมีลูกแกะที่แตกฝูงออกมา ของเขากำลังเต้นรำอยู่ตรงหน้าหมาป่าเข้าอย่างนั้น เขาตกใจจึงรีบตะโกนออกไปด้วยเสียงอันดังว่า " โอ๊ะ.. อ้ายหมาป่า หยุดนะ! ..นั่นมันลูกแกะของข้าว๋อย เร็วพวกเอ็งไล่ตามกัดมันเลย เร็ว!" ว่าแล้วเขาก็หันมาออกคำสั่ง ให้สุนัขล่าเนื้อ ของเขาให้รีบไปกัดเจ้าหมาป่าทันที สุนัขล่าเนื้อเมื่อได้รับคำสั่งก็เห่าเสียงดัง และออกวิ่งเพื่อไล่กวดหมาป่าทันที ก่อนที่เจ้าหมาป่าจะ ต้องสวมวิญญานนักวิ่ง ด้วยความจำเป็นไปเสียแล้วนั้น มันก็ได้พูดกับลูกแกะหัวดีตัวนั้นว่า “เจ้าแกะน้อย..ข้าโดนเจ้าหลอกเข้าให้เต็มเปา เสียแล้ว..เวรเอ้ย” หมาป่าร้องตะโกนก้อง พร้อมกับออกวิ่ง เพื่อหนีสุนัขล่าเนื้อจนสุดฝีเท้า “สมน้ำหน้าตัวข้าเอง ก็ข้าเป็นเพียง หมาป่า มีหน้าที่เพียงเห่าหอน และ จับสัตว์กินเป็นอาหารเท่านั้น แต่นี่กลับเผยอหน้ามานั่งเป่าปี่น่ะสิ สมควรอย่างยิ่งแล้วที่ข้าจะ ต้องวิ่งหนีและหิวโหยเหมือนเดิม....โฮ โฮ ๆๆๆๆ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       “การกระทำสิ่งที่ไม่ใช่ภารกิจและเป็นวิสัยของตนนั้น ย่อมเป็นต้นเหตุที่จะทำให้เสีย ผลประโยชน์ของตนเองได้เหมือนกัน” ...


(ขอบคุณที่มาของนิทานเรื่องนี้ค่ะ...sukumal.brinkster.net)
บันทึกการเข้า
Rambo
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2009, 09:17:52 AM »

ขอบคุณครับ  กำเสี่ย
บันทึกการเข้า
vespa1985
สมาชิกสมบูรณ์แบบ
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2563



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2009, 10:52:49 AM »


ขจอบคุณครับ   ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า
pnwcys
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 07:49:21 AM »

คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด อะไรที่ไม่ใช่กิจของตนขืนทำไปก็เสียประโยชน์เปล่าๆ ขอบคุณครับโยมสีกา .
บันทึกการเข้า
ชายทุ่ง
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2212



« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 02:41:15 PM »

สติมาปัญญาเกิด.....ลูกแกะสามารถรอดจากคมเขี้ยวหมาป่ามาได้ก็เพราะสติยังดีอยู่ จึงสามารถออกอุบายหลอกล่อทำให้หมาป่าหลงกล

คนโบราณเจอหน้ากันจึงมักทักว่า..สติยังดีอยู่หรือ.............ขอบคุณมากครับที่นำสิ่งดีๆมาฝาก

 
บันทึกการเข้า
ข้าวก้นบาตร
สะพายย่าม ตามหลังพระ
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2258



เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2009, 09:36:05 AM »

ขอบคุณมากครับ
เสี่ยงปี่ ปี้ จา ระ...ปี้ จา ระ  น่ารักจังเลย ประกาศ
บันทึกการเข้า
ข้าวก้นบาตร
สะพายย่าม ตามหลังพระ
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2258



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2009, 09:51:56 AM »

แจมนิทานเรื่องอื่นในนี้นะครับ
ที่มา:FW:MAIL


ลา

  มีลาตัวหนึ่ง บรรทุกเกลือข้ามแม่น้ำ แต่ท้องน้ำลื่นมาก ไม่ทันระวังตัว เจ้าลาจึงลื่นหกล้ม เกลือส่วนหนึ่งถูกน้ำในแม่น้ำละลายสูญหายไป พอลาลุกขึ้นยืน ก็รู้สึกว่าหลังของมันเบาขึ้นตั้งเยอะ มันดีใจมาก

        คราวต่อไป เมื่อมันบรรทุกสำลีข้ามแม่น้ำ มันจึงแสร้งหกล้ม เพราะคิดว่าการหกล้มในแม่น้ำจะทำให้สัมภาระบนหลังเบาขึ้น แต่สำลีกลับดูดน้ำจนอิ่ม มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ภาระบนหลังหนักอึ้งจนเจ้าลาลุกไม่ขึ้น จมน้ำตายในเวลาต่อมา

คติ

        คนบางคนฉลาดเกินไป ชอบคิดเล็กคิดน้อย คำนึงถึงผลได้ผลเสียเฉพาะหน้า แถมยังคิดแบบเอาแต่ได้ ในที่สุดก็ถูก “ความฉลาด” ของตนเองเล่นงานจนย่ำแย่ ฟลุ๊คครั้งหนึ่ง แทนที่จะดีใจ กลับนึกเสียใจที่ได้กำไรน้อยเกินไป จึงคิดที่จะฟรุ๊คอีก แต่โชคมันเข้าข้างคนฉวยโอกาส ในที่สุดก็พลาดท่า ต้องได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส 


* 0.jpg (15.78 KB, 200x249 - ดู 424 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2009, 09:55:17 AM โดย ข้าวก้นบาตร » บันทึกการเข้า
ข้าวก้นบาตร
สะพายย่าม ตามหลังพระ
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2258



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2009, 09:59:10 AM »

จุดจบของนักเพ้อฝัน

เต่าตัวหนึ่งอิจฉาท่าบินงามสง่าของพญานกอินทรี จึงฝันเฟื่องว่า สักวันหนึ่งมันจะบินได้บ้าง คิดเช่นนี้แล้ว เต่าก็เดินทางไปหาพญานกอินทรี พร้อมกับขอให้พญานกอินทรียสอนบิน นกอินทรีบอกมันว่า เต่าเป็นสัตว์ที่บินไม่ได้ แต่เต่ากล่าวหาว่านกอินทรีหวงวิชา กลัวว่าเต่าจะได้ดีเกินหน้า นกอินทรีจนใจ จำต้องโฉบเต่าบินสู่ท้องฟ้าแล้วปล่อยให่มันร่วงตกลงมา ในที่สุดเต้าตัวนั้นก็โหม่งพื้นตายอย่างน่าอนาถ

คติ

        ผู้ที่ไม่รู้จักตัวเอง ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้ความสันทัดจัดเจน ความสามารถของตนเอง จะเป็นทุกข์เสมอ การหลับหูหลับตาเลียนแบบผู้อื่นเป็นการหาทุกข์ใส่ตัว และพาชีวิตไปสู่ความวอดวาย


* 1.jpg (1.98 KB, 100x74 - ดู 405 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ข้าวก้นบาตร
สะพายย่าม ตามหลังพระ
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2258



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2009, 10:01:11 AM »

ไก่โต้งเสียงดี

ขโมยคนหนึ่งย่องเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง แต่ขโมยอะไรไม่ได้
พอดีเหลือบไปเห็นไก่โต้งตัวหนึ่ง จึงจับไก่ตัวนั้นติดมือมาหมายจะฆ่ากิน
ไก่โต้งร้องขอชีวิตจากขโมงว่า
“โปรดไว้ชี้วิตฉันเถิด ฉันเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทุก ๆ เช้า ฉันจะขันปลุกมนุษย์ให้ตื่นขึ้นทำงาน”
เจ้าหัวขโมยได้ยินไก่โต้งพูดเช่นนี้ ก็โกรธมาก กล่าวว่า
“ก็เพราะแกปากโป้ง ชอบขันปลุกชาวบ้าน ฉันจึงขโมยอะไรไม่ได้นะสิ เพราะฉะนั้น ฉันจะต้องเชือดแกทิ้งเสีย”


คติ

1.สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนดี สิ่งนั้นมักจะเป็นอุปสรรค ต่อคนชั่ว
2.ประโยชน์กับโทษเป็นของคู่กัน ไม่มีของสิ่งใดมีประโยชน์ล้วน ๆ หรือมีโทษล้วน ๆ ขอเพียงเรารู้จักนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้อย่างเหมาะสมก็จะเกิดคุณอนันต์ แต่ถ้านำใปใช้อย่างไม่เหมาะสม มันก็จะกลายเป็นอุปสรรค สร้างความยุ่งยากแก่เราสารพัด


* 2.jpg (3.25 KB, 97x109 - ดู 412 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ข้าวก้นบาตร
สะพายย่าม ตามหลังพระ
Hero Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2258



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2009, 10:05:01 AM »

ไม้เ หี้ ยน ดินทลาย

ชายคนหนึ่งเดินทางไปท่องเที่ยว เขาเอาม้ากับลาไปช่วยบรรทุกสัมภาระ วันหนึ่ง ลาเหนื่อยมาก จึงพูดกับม้าว่า “ช่วยฉันหน่อยเถิด ฉันกำลังจะเดินไม่ไหวแล้ว” ช่วยแบ่งสัมภาระส่วนหนี่งไปจากฉันได้ไหม” ม้าไม่ยอมช่วยเหลือลา

        ในที่สุด ลาก็เหนื่อยจนขาดใจตายเจ้านายจึงนำสัมภาระ จากหลังลามากองแหมะไว้บนหลังม้า แถมถลกหนังลาเอาใส่หลังม้าเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ม้าเสียใจมาก พูดอย่างสำนึกผิดว่า “รู้อย่างนี้ เราน่าจะช่วนเจ้าลาตั้งแต่แรก”


คติ


        1.ไม่ควรใช้งานใครเกินกำลัง งานต่าง ๆ ถ้าช่วยได้ก็ควรช่วยกันทำ ไม่ใช่กองแหมะเอาไว้ให้คน ๆ หนึ่งรับภาระหนักแต่ผู้เดียว ทรัพยากรทุกชนิดต้องใช้อย่างทะนุถนอม จึงจะมีให้ใช้ไปนานๆ ถ้าใช้ อย่างไม่ถนอม ของทุกอย่างย่อมเสียเร็ว แล้วตัวเราเองนั่นแหละจะลำบาก

        2.ต้นไม้งอกอยู่บนพื้นแผ่นดิน หากต้นไม่ถูกโค่น แผ่นดินก็อย่าได้ดีใจ อย่าคิดว่าต่อไปนี้คงจะเบาขึ้นอีกเยอะ ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักต้นไม้อีกแล้วหารู้ไม่ว่าเมื่อต้นไม่หมดป่า แผ่นดินนั้นแหละจะทลายประคับประคองกันอย่างสุดความสามารถ ภัยจะได้ไม่เล่นงานเราโดยตรง ยามที่สังคมส่วนรวมต้องการความร่วมมือจากเรา เราก็ไม่ควรนิ่งดูดายอย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ ยามที่คนอื่นกำลังทำงานหนักและเหนื่อย เราควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพราะว่าสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกก็จะไม่สมดุล


* 3.jpg (6.41 KB, 129x121 - ดู 401 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2009, 10:08:28 AM โดย ข้าวก้นบาตร » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!